"นาธาน"ลิงโลดพ้นคุก ท้าแม่บ้านสู้คดี


''นาธาน'' ลิงโลดศาลอนุญาตให้ประกันตัว กลับลำคำพูดให้การท้าทายอดีตแม่บ้าน ''สมาน'' จะสู้คดีให้ถึงที่สุด ด้านอดีตแม่บ้านปล่อยโฮกลางศาล โอกาสที่ดินหลุดมีสูง

ผู้สื่อข่าวได้รายงานความคืบหน้าคดีของอดีตนัก ร้องหนุ่ม ''นาธาน โอมาน'' ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวและส่งตัวไปฝากขังที่ สภ.อำนาจเจริญ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น โดยล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 24 ธ.ค. 52  ''นายสมชาย วรรณลุ'' ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ออกนั่งที่บัลลังก์ 5 เพื่อตรวจสำนวนคดีที่ตำรวจ สภ.เมืองอำนาจเจริญนำผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ คือ ''นายนาธาน โอมาน'' มาฝากขัง โดยมี ''นางสาวสมาน สุขเสริม''  ผู้เสียหาย, ''นางพิศมัย ศรีกระบุตร'' แม่บุญธรรมของ ''นาธาน'' เข้าร่วมรับฟังโดยมีสื่อมวลชนที่สนใจเข้าทำข่าวทุกแขนง

 โดย ''นายสมชาย วรรณลุ'' ผู้พิพากษา ได้สรุปความในสำนวนคดีให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ โดยแจ้งว่า ตำรวจขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหามีคดีที่ไปเกี่ยวข้องกับ บุคคลหลายคนและอ่านคำร้องคัดค้านการประกันตัวของ ''แม่บ้านสมาน'' ด้วยซึ่ง ''แม่บ้านสมาน'' แถลงศาลว่าถูกนายนาธานข่มขู่จึงขออำนาจศาลไม่ให้ประกันตัวในขณะนี้และเกรง ว่า ''นาธาน'' จะหลบหนี

 แต่เมื่อตรวจสอบสำนวนโดยละเอียดแล้ว ''นายสมชาย วรรณลุ''  ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ลงความเห็นอนุญาตให้ประกันตัว ''นาธาน'' ได้ โดยให้ ''นางพิศมัย ศรีกระบุตร'' แม่บุญธรรมของ ''นาธาน'' เป็นผู้รับผิดชอบนำตัว ''นาธาน'' มาศาลตามกำหนดในบัตรนัด

 สำหรับหลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกันครั้งนี้ ตำรวจแจ้งวงเงิน 1แสนบาทแต่ผู้ต้องหาใช้ที่ดินแทนเป็นที่ดินของนางพิศมัย ศรีกระบุตรเลขที่ 26135 เนื้อที่ 2 ไร่อยู่ในพื้นที่ อ.เชียงคาน จ.เลยโดยตีราคาประเมินที่ 6 แสนบาทถ้วน

 อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้รายงานรต่อไปว่าหลังจากที่มีการอนุญาต ให้ประกันตัวแล้วนั้น ''นาธาน'' แสดงความดีใจอย่างมาก จากที่เหงาเชื่องซึมกลับมาลิงโลดกลายเป็นคนละคนกันกับเมื่อวานเลยทีเดียว และที่สำคัญคำพูดที่ให้การว่าจะหาทางใช้หนี้อดีตแม่บ้านก็เปลี่ยนไปอย่าง ชัดเจน โดยอดีตนักร้องหนุ่มได้กล่าวอย่างท้าทายหลังได้ประกันตัวว่า

จะสู้คดีให้ถึงที่สุดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและพิสูจน์ความจริงว่าตนเองไม่ได้กู้เงินจาก ''แม่บ้านสมาน'' มากมายตามที่อ้าง

 หลังเสร็จสิ้นการไต่สวนคดี ''นาธาน'' และแม่บุญธรรมได้ลงจากศาลและวิ่งขึ้นรถยนต์เชฟโรเลตสีดำ ทะเบียน 1141 กทม.ออกไปทันที ทิ้งให้แม่บ้าน ''สมาน'' นั่งปล่อยโฮอยู่หน้าศาล โดยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าการที่ ''นาธาน'' ได้ประกันตัวออกมาทำให้ตนเองมีโอกาสที่จะเสียที่ดินในการจำนองไว้สูงมาก ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

ขอบคุณที่มา : สยามดารา
Read More

ผีจืด!เบนซ์ยันรักมาดริดไม่คิดย้ายทีม



"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ดสุดเซ็งคาริม เบนเซม่า หัวหอกเฟร้นช์แมนของเรอัล มาดริดยืนยันขอฝากอนาคตในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต่อไป และหวังว่าทุกคนคงเลิกพูดถึงเรื่องการย้ายทีมเสียที

คาริม เบนเซม่า กองหน้าชาวฝรั่งเศสของเรอัล มาดริด เปิดปากขอฝากอนาคตในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต่อไป แม้มีกระแสข่าวลือว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด กำลังสนใจจะคว้าตัวไปร่วมทัพช่วงเปิดตลาดรอบสองก็ตาม

ช่วง ซัมเมอร์ที่ผ่านมา ปีศาจแดง เคยสนใจอดีตดาวยิงลียง รายนี้พอสมควร ทว่า เจ้าตัวเลือกย้ายมาอยู่ เรอัล มาดริด ล่าสุดแม้ เซอร์ เฟอร์กี้ จะพยายามยื่นข้อเสนออีกครั้ง แต่เบนเซม่า ขอเลือกอยู่ในสเปนต่อไป

" ตอนนี้ผมเริ่มพูดสแปนิชได้ ผมเริ่มปรับตัวเข้ากับประเทศนี้ได้แล้ว ผมกำลังจะเริ่มปีใหม่ซึ่งเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นมากกว่าเดิม ผมพร้อมสร้างความสำเร็จกับสโมสรแห่งนี้"

"เรอัล มาดริด คือหนึ่งเดียวสำหรับผม และผมหวังว่าทุกคนคงเลิกพูดถึงเรื่องการย้ายทีมเสียที" หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส กล่าว
Read More

"เจ้าชายซาอุ" เตรียมถกซื้อ"หงส์" ให้ได้ก่อนปีใหม่


สถานการณ์เปลี่ยนถ่ายอำนาจบริหารสโมสร ลิเวอร์พูล มีแนวโน้มว่าจะพลิกผันอีกรอบ เมื่อเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด บิน อับดุลลาห์ อัล-ซาอัด แห่งซาอุดีอาระเบีย เตรียมที่จะมาดู ลิเวอร์พูล ถึงสนามแอนฟิลด์ในเกม ที่จะพบกับ วูล์ฟส ในวันบ็อกซิ่งเดย์(26 ธ.ค.) โดยมีเป้าหมายที่จะขอเจรจาเรื่องเทคโอเวอร์ทีมในครั้งนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนปี ใหม่นี้อีกด้วย จากการตีข่าวของสื่อดังของเมืองผู้ดี อย่าง "เดลี เมล์"
     
       หลังจากที่เมื่อช่วงเดือนตุลาคม เจ้าชายไฟซาล เพิ่งแสดงท่าทีว่าอาจถอยทัพจากการเข้ามาเทกโอเวอร์ “หงส์แดง” เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายังคงมียอดหนี้สินที่ จอร์จ ยิลเลตต์ และ ทอม ฮิคส์ สองเจ้าของร่วมคนปัจจุบันชาวอเมริกันก่อเอาไว้มากเกินไปที่ 245 ล้านปอนด์ (ประมาณ 13,750 ล้านบาท)
     
       ล่าสุด"เดลี เมล์" สื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ รายงานว่าเจ้าชาย ไฟซาล บิน ฟาฮัด อับดุลลาห์ อัล ซาอัด สมาชิกแห่งราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย ผู้ครอบครองกิจการ “F6” บริษัทการตลาดและการลงทุนด้านกีฬา เตรียมพร้อมเดินทางมายังเกาะอังกฤษ หลังได้รับคำเชิญให้มาเป็นแขกของ จอร์จ ยิลเล็ตต์ เจ้าของทีมร่วมของ ลิเวอร์พูล ให้เข้าชมเกมระหว่าง "หงส์แดง" กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคมนี้
     
       โดยสื่อดังรายงานต่อไปว่า เจ้าชายซาอุฯรายนี้มีความ 'ตั้งใจจริงอย่างยิ่ง' ที่จะซื้อ"หงส์แดง"ที่อยู่ในช่วงวิกฤตเนื่องจากเป็นหนี้สูงกว่า 250 ล้านปอนด์แล้ว ผลงานในลีกยังไม่เอาอ่าวพ่ายไปแล้วถึง 7 นัด ทำให้ ลิเวอร์พูล ร่วงไปรั้งถึงอันดับ 8 ของตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมกันนี่ เงินรายได้จากฟุตบอลยุโรป ก็ทำท่าว่าจะหดหายลงไปเนื่องจากจอดป้ายเพียงรอบแบ่งกลุ่ม
     
       ทั้งนี้ คาดว่า รายละเอียดที่ทำให้เจ้าชายไฟซาลพอใจ คือ การก่อตั้งศูนย์ฝึกฟุตบอล ลิเวอร์พูล อะคาเดมี ในแถบตะวันออกกลาง และเปิดโอกาสให้นักเตะเยาวชนซาอุฯ ได้ไปฝึกปรือทักษะลูกหนังกับสโมสร นอกเหนือไปจากการเข้าไปมีบทบาทในบอร์ดบริหารของหงส์แดง ซึ่งมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า ยิลเลตต์ เตรียมขายหุ้นในมือทั้งหมดจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ให้ และทอม ฮิคส์ ผู้ถือหุ้นอีกครึ่งหนึ่ง ก็เข้าใจเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดีและไม่มีทีท่าว่าจะมาขัดขวางแต่ประการใด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
Read More

แฉนาธานหลอกให้ขายนาแม่บ้านยื่นหลักฐานตร.


แฉ นาธาน สั่งขายที่นาทุกแปลงไปใช้หนี้ หลอกให้ส่งเข้าบัญชีตนเองและน้องสาว แต่อดีตแม่บ้านไหวตัวทัน หอบเอกสารการกู้ยืมและการโอนเงินทั้งหมดให้ตำรวจดู รวมดอกทะลุเกือบล้าน
ความคืบหน้ากรณีนักร้อง นักแสดงจอมฉาว "นาธาน โอมาน" ได้ก่อเหตุหลอกลวงแม่บ้านชาวจ.อำนาจเจริญ ให้หลอกขายที่ดินและกู้ยืมเงินเพื่อนำไปให้นายนาธานใช้จ่ายแต่ไม่ยอมคืน จนเป็นเรื่องแจ้งความฟ้องร้องเกิดขึ้น ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. 2552 พ.ต.ท.อิทธินพ บัวเผื่อน พนักงานสอบสวน 3 (สบ.3)เจ้าของคดีที่นายนาธานตุ๋น แม่บ้าน ได้เรียกน.ส.สมาน สุขเสริม ผู้เสียหายเข้าพบเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะมูลหนี้ที่เดิมข่าวบอกเพียง 3 แสนบาท ต่อมาทำไมจึงเพิ่มเป็น 7 แสนบาท ซึ่งน.ส.สมาน ได้หอบหลักฐานการกู้และโอนเงินเข้าบัญชีให้นายนาธานโชว์ตำรวจด้วย

พ.ต.ท.อิทธินพ บัวเผื่อน เจ้าของคดี กล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดคือการโอนเงินเข้าบัญชีของนายนาธานซึ่งจะมัดตัวนายนาธานเอง ว่าหลอกลวงเจ้าของทรัพย์จริง ที่ตำรวจรวบรวมสำนวนและส่งให้ศาลพิจาณาออกหมายจับนั้น ศาลทำถูกต้องแล้ว โดยตำรวจไม่ได้ทำคดีแบบมั่วนิ่ม ทุกขั้นตอนมีหลักฐานเชื่อยากที่นายนาธานจะหลุดจากคดีนี้

ด้านน.ส.สมาน ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนหลงรักนายนาธานเพราะ เห็นว่าเป็นนายกับบ่าวซึ่งเราเคยอยู่ด้วยกันนานถึง 10 ปี เมื่ออีกฝ่ายลำบากต้องช่วยเหลือ เป็นวิถีของคนอีสานแท้ๆ ที่มักช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก
"เขาหลอกพี่จริงๆ โกงพี่จริงๆ ไม่ใช่การฝันร้าย อยากจะแฉความจริงอีกอย่างให้สื่อมวลชนได้ทราบ นายนาธาน เคยหลอกให้ขายที่ดินทั้งหมดแล้วนำมาชำระหนี้แต่ฉันและญาติๆไม่ยอมตามใจเขา จึงมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ถ้าไม่รีบขายก็ทำงอน ทำโกรธ เหมือนว่าพวกเราไม่รักเขาทำนองนั้น ฉันได้เก็บหลักฐานเป็นลายมือชื่อของนาธานที่ เขียนไว้จนครบเป็นการสั่งให้เร่งขายที่นาแล้วโอนเข้าบัญชีให้ในสาขากรุงเทพฯ โดยเขาอ้างจะนำไปเข้าบัญชีเงินกู้เอง ถ้าขายนาได้ตอนนั้นครอบครัวเราเจอหนักกว่านี้แน่"น.ส.สมาน กล่าว

น.ส.สมาน กล่าวว่า ไปขอตำรวจจะลงไปทำงานที่กรุงเทพฯ แต่ตำรวจเขาอ้างยังทำสำนวนไม่สมบูรณ์จึงขอให้เราอยู่ต่อ ตนได้นำหลักฐานเงินกู้ที่โอนงวดแรกจาก สหกรณ์การเกษตร 100,000 บาท งวดที่ 2 กู้บริษัทเอกอำนาจ 77,000 บาท งวดที่ 3 กู้นางไพริน 40,000 บาทและเงินตัวเอง 37,000 บาทรวมใบโอนใบเดียวกัน 150,000 บาทให้นายนาธานและ นำโฉนดที่ดินพี่ชายเข้ากู้นอกระบบ อีก 200,000 บาท สุดท้ายยืมโฉนดของแม่กู้เอกชัยอีก 200,000 บาท ดังนั้นจึงรวมเงินกู้ทั้งหมดเป็น 7 แสนบาทเศษ
"ครอบครัวพี่เดือดร้อน เพราะไม่มีเงินรายได้ ต้องเข้าป่าหาฟืนนำมาเป็นเชื้อเพลิง ตั้งใจว่าจะทำอาหารพื้นเมืองขาย โดยจะไม่เข้ากรุงเทพฯทำงานแล้ว จะรอจนกว่านายนาธานใจอ่อน ยอมชำระหนี้ให้ทั้งหมดจึงจะลงไปหางานทำในกรุงเทพฯ"น.ส.สมาน บอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวน.ส.สมานลำบากมาก ยิ่งเมื่อรู้ข่าวนายนาธานปฎิ เสธิ อ้างไม่ได้กู้เงินทุกคนพากันปล่อยโฮร้องไห้เสียใจกับโชคชะตา โดยเฉพาะนางปิ่น สุขเสริม อายุ 72 ปี เจ้าของโฉนดที่ดิน 2 แปลง ต้องล้มป่วยซึ่ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าถ้านาธานไม่มาไถ่นาคืนนางเองคงต้องตายในเร็วๆนี้

ขอบคุณที่มา : คม-ชัด-ลึก : คม-ชัด-ลึก
Read More

บินอเมริกา ซี-เอมี่ หวาน


คบหาดูใจกันมากว่า 4 ปีครึ่ง แถมพักหลังๆ ก็มักมีข่าวมาเขย่าเสาเรือนรักคู่รักหวาน เอมี่ กลิ่นประทุม และ ซี - ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ อยู่เรื่อยๆ

งานนี้เพื่อสยบข่าวเมาธ์ ล่าสุดทั้งคู่เตรียมเคลียร์คิวงาน ไปซ้อมฮันนีมูน..เอ้ย..ไปสานสัมพันธ์รักให้หวานเจี๊ยบยิ่งขึ้น ไกลถึงประเทศอเมริกาเลยทีเดียว

งานนี้หนุ่มซี จะถือโอกาสไปสู่ขอ สาวเอมี่ กับครอบครัวด้วยหรือเปล่านั้น เจ้าตัวเปิดใจกับหนังสือพิมพ์ดาราเดลี่ที่แรกว่า "เราวางแพลนจะไปเที่ยวอเมริกากันต้นปีหน้าจริงๆ ครับ แต่ยังระบุวันที่แน่นอนไม่ได้ เพราะยังหาตั๋วเครื่องบินไม่ได้เลย จริงๆแล้ว ทริปนี้นอกจากจะเป็นการไปพักผ่อนประจําปีแล้ว ผมยังถือโอกาสไปเยี่ยมคุณแม่ และคุณย่าของเอมี่ด้วย เพราะได้ข่าวว่าคุณแม่ไม่ค่อยสบาย อาจจะต้องผ่าตัดด้วย"

"อีกอย่างตอนนี้ผมเพิ่งปิดกล้อง" ละคร คุณหมอ ม.3" ไปหมาดๆ กําลังรอดูคิวละครเรื่องใหม่อยู่ว่าจะสามารถหยุดพักได้สัก 1 อาทิตย์ได้มั้ย ถ้าเวลาลงตัว ก็คงถือโอกาสนี้ชวนเอมี่ไปพักผ่อนกันล่ะครับ"
คราวนี้ตั้งใจจะไปสู่ขอสาวเอมี่ เลยหรือเปล่า? "เรื่องนี้คงยังครับ เพราะจุดประสงค์ของการไปอเมริกาคราวนี้ ตั้งใจจะไปเยี่ยมคุณแม่ของเอมี่มากกว่า อีกอย่างผมก็ยังไม่ได้บวชเลย ซึ่งก็วางแพลนไว้คร่าวๆ ว่าคงจะเป็นปีหน้า ส่วนคนถือหมอน ก็คงเป็นว่าที่ภรรยาผมในอนาคตแน่นอน" หยอดคําหวานซะขนาดนี้ กลบกระแสรักร้าวได้อยู่หมัดเลยล่ะค่ะ

ขอบคุณทีี่มา : ดาราเดลี่
Read More

เป้ย ตามง้อ อาร์ นั่งเฝ้าติดเวทีคอนเสิร์ต


ว่ากันว่าตัดบัวยังเหลือใย ตัดใจก็ย่อมต้องเหลือสัมพันธ์อันดีเป็นธรรมดา นางร้ายตาแป๋ว "เป้ย-ปานวาด เหมมณี" ก็คงเข้ากับสุภาษิตข้างต้น เลยไม่แคร์สื่อ ไปนั่งเฝ้าอดีตรักเก่า "อาร์ เดอะสตาร์" ประชิดติดขอบเวทีคอนเสิร์ตทิ้งทวนปีวัว "The Seed Show ครั้งที่ 51" ของคลื่น "ซี้ด 97.5 FM." ณ. ลานอเนกประสงค์ "บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)" เมื่อวันก่อน

งานนี้ "สาวเป้ย" ทนนั่งรอให้กำลังใจอดีตคนรักเก่า อยู่หลายชั่วโมง โดยไม่สนใจสายตาชาวซี้ดวัยกระเต๊าะ และทันทีที่ "หนุ่มอาร์" ขึ้นเวที "สาวเป้ย" ก็ส่งสายตาเว้าวอน แสดงถึงความมีเยื่อใยไปยังอดีตหวานใจตลอดเวลา "หนุ่มอาร์" เองก็พอจะเดาความรู้สึกออก เลยโปรยยิ้มมาขอบคุณ "สาวเป้ย" หวานจ๋อย ..

เอ้า...เลิกกันไม่ได้ ก็กลับมาจูบปากกันอย่างเก่า ให้มันซะรู้แล้วรู้รอดไปเลยเซ่...
Read More

เปิ้ล นาคร ฮากระจาย ตกอยู่ในลิสต์ทำหญิงป่อง 7 เดือน


ติดโผรายชื่อพิธีกรอารมณ์ดี ทำสาวนิรมาณป่อง 7 เดือน กับเค้าด้วย สำหรับ "เปิ้ล -นาคร ศิลาชัย" พิธีกรรายการฮา "สาระแน" ที่เพิ่งจะสละโสดกับแฟนสาว "น้องจูน" ไปไม่นาน งานนี้เจ้าบอกเป็นตลก แต่ถ้าเกิดพลาดจริว ก็จะรับผิดชอบเด็ก 

"ฮาดี ก็อ่านข่าวหนังสือพิมพ์บ้างจากข่าวปุ๊ย ถ้าเกี่ยวกับพี่แล้วก็ฮาดี ... ( ที่ผ่านมาไปพลาดที่ไหนมาบ้างไหม?) "ผมไม่มี แค่ทำให้ภรรยาท้องได้ก่อนก็เก่งแล้ว" (สมมุติว่าเป็นเราล่ะ?) "จริงๆ คิดว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะโทรหาเราก่อน แล้วถ้าเราปฏิเสธก็อีกเรื่อง แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นมีใครโทรมานี่...(หัวเราะ)"

(ถ้าเป็นเราแล้วจะรับผิดชอบไหม?) "รับสิ ดีเหมือนกันมีคนให้รักเพิ่มมาอีกคนนึง (แล้วแม่เด็กล่ะ?) "ผู้หญิงไม่เอา เพราะคนที่จะเป็นแม่ของลูกที่ดีได้ คิดว่าต้องมีวิจารนญาณมากกว่านี้ มีวิธีหาทางออกที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่มาปล่อยข่าวก่อน คือน่าจะโทรมาปรึกษาพูดคุยกันก่อน หากลูกโตขึ้นมาแล้วเราจะบอกกับลูกยังไง อธิบายให้เค้าฟังยังไง"

(แล้วจะงานเข้าไหม กับน้องจูน?) "งานไม่เข้า ไม่เครียด ก็ต้องคุยกัน อธิบายให้เค้าเข้าใจ อาจจะมีน้ำตานองหน้านิดหน่อย แล้วก็รับเลี้ยง ก็จบ"

ขอบคุณที่มา : ดาราเดลี่
Read More

จับพระเอกฮอลลีวู้ดทำร้ายร่างกายเมีย


ตร.สหรัฐฯรวบ 'ชาร์ลี ไอ. ชีน' พระเอกฮอลลีวู้ดข้อหาทำร้ายร่างกายภรรยาคนที่ 3 หลังแต่งกันได้ 9 เดือน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า พระเอกหนังชื่อดังในวงการฮอลลีวู้ด "ชาร์ลี ชีน" ถูกตำรวจจับกุมตัวไว้ได้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่เมืองท่าตากอากาศสกีรีสอร์ต "แอสเปน" ในรัฐโคโลราโด ข้อหากระทำการรุนแรงภายในครอบครัว เพราะมีรายงานว่าเขาทำร้ายร่างกายภรรยาที่แต่งงานกันมาได้ 9 เดือนเท่านั้น

โฆษกตำรวจเมืองแอสเปนแถลงว่า นายคาร์ลอส เออร์วิน เอสเตเบซ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ชาร์ลี ไอ. ชีน" ถูกนำตัวมาที่สำนักงานนายอำเภอเขตพิทคิน รัฐโคโลราโด เพื่อทำทะเบียนประวัติและคุมตัวเอาไว้ ส่วนชื่อของเหยื่อนั้นยังไม่มีการเปิดเผย แต่จากรายงานข่าวในวงการฮอลลีวู้ด ระบุว่า พระเอกชาร์ลี ชีน วัย 44 ปี มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับภรรยาคนที่ 3 ของเขา ชื่อ "บรุ้ค มุลเลอร์" ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2540 พระเอกชาร์ลี ชีน เคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาทำร้ายแฟนสาวที่บ้านในรัฐแคลิฟอร์เนียมาแล้ว รวมถึงข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายอดีตภรรยา ซึ่งเป็นนักแสดงหญิงชื่อดัง "เดนนิส ริชาร์ดส์"ด้วย.

ขอบคุณที่มา : เดลินิวส์ : เดลินิวส์
Read More

คืนสุขผัน วันทุกข์ผ่านของ ก้อย รัชวิน


หากเอ่ยชื่อ ก้อย  รัชวิน วงศ์วิริยะ หลายคนคงนึกถึง สาวตากลม หน้าตาบ้องแบ๊ว ที่มีความสามารถทางด้านการแสดงได้อย่างมืออาชีพ และนอกจากเรื่องงานแล้ว โมงยามนี้ เธอยังถูกจับตามองในเรื่องความรัก โดยเฉพาะกับศิลปินมาดเซอร์ เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่ตอนนี้เธอขอเบรกความสัมพันธ์ไว้ชั่วคราว เนื่องจากต้องการโฟกัสกับการทำงาน ว่าแล้วมาค้นหาตัวตนของเธอกันเลย...

งานในวงการบันเทิง กับกระแสหนังเรื่อง October Sonata รักที่รอคอย เป็นอย่างไรบ้าง
เป็น กระแสอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ได้รับคำชมค่อนข้างเยอะ กระแสค่อนข้างดี แต่ว่าจะประทับใจมาก ประทับใจน้อย มันก็มีแตกต่างกันไป แต่ยังไม่มีเสียงในทางลบ

เรื่องนี้ถือว่าเป็นงานที่ยากสำหรับก้อยไหม
ก้อย ว่าเป็นบทที่ยากที่สุด เท่าที่ก้อยเป็นนักแสดงเลยก็ว่าได้ มันเป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง เพราะต้องเล่าเรื่องตั้งแต่อายุ 17 ถึง อายุ 50 กว่า มันมีการพัฒนาตัวละครที่มีการเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มีความซับซ้อนทางอารมณ์ของผู้หญิงคนหนึ่งจากวัยสาวสู่วัยกลางคน ซึ่งมันยาก แล้วรื่องนี้เป็นดราม่าที่ค่อนข้างหนัก เราก็ต้องทำการบ้านหนักเช่นกัน

ในเรื่องนี้มีฉากเลิฟซีนด้วย
คือคนที่ไปดูแล้ว ก็จะพบว่าเป็นภาพที่สวยงาม ไม่ได้น่าเกลียด ถ้าดูหนังจะเข้าใจ ว่าซีนนี้มันมีเพื่ออะไร คือการถ่ายทอดความรักระหว่างหญิงสาวกับชายหนุ่มที่ไม่เจอกันมานานแสนนาน แต่มันก็เป็นซีนสั้นๆ ไม่ได้เยอะมากอะไร

สำหรับก้อยคิดว่าเลิฟซีนในหนังสำคัญไหม
ตรงนี้ ก้อยต้องคุยกับผู้กำกับ ถ้าก้อยทราบว่ามันไม่สำคัญสำหรับเรื่อง แน่นอนก้อยไม่เล่นอยู่แล้ว เพราะเราจะต้องมาเปลืองตัวกับเรื่องตรงนี้ทำไม แต่ว่าเมื่อคุยแล้วก็เข้าใจ แล้วก็เห็นทิศทางว่ามีที่มาที่ไป ก็โอเค

ขอบเขตในการเล่นเลิฟซีน
ก้อยมีขอบเขตในการรับเล่นเหมือนกัน คือประมาณในเรื่องนี้ ก็ถือว่าเยอะที่สุดแล้ว

งานละครเรื่อง "ปีศาจแสนกล"
เรื่องนี้ปิดกล้องไป แล้ว สนุก น่าจะได้ดูกันต้นปีหน้า ก็อยากให้คนดูนะ เพราะมันเป็นคอมเมดี้ แล้วเนื้อเรื่องน่ารัก สอดแทรกข้อคิด ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อะไรประมาณนี้

ถือว่าเป็นนางเอกเต็มตัวครั้งแรกกับงานละคร
ตื่นเต้นนะ แล้วก็กลัวเหมือนกันนะ เพราะก้อยก็ยังไม่เก่งมาก ทางด้านคอมเมดี้ ต้องให้พี่ๆ ช่วยสอน แต่ก็ทำให้เต็มที่ที่สุด

ตอนนี้ถือว่าเป็นสาวฮอตที่มีทั้งงานหนังและงานละคร
ก้อย ดีใจนะที่ทุกวันนี้ ก้อยยังมีผลงานอย่างต่อเนื่อง ยังได้ทำงานที่ตัวเองรัก ยังมีคนให้ความเมตตา มีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน อย่างเรื่องอื่นๆ เรื่องข่าวอะไรก็ตาม เป็นสิ่งที่เราต้องรับมือกับมันอยู่แล้ว

กดดันกับความว่า "นางเอก" ไหม
ก้อยขอใช้คำว่านัก แสดงดีกว่า เพราะว่าก้อยไม่ได้คิดว่าตัวเองมีภาพความเป็นนางเอกขนาดนั้น คนที่ก้อยมอง ว่าเป็นนางเอก คือ พี่แอน ทองประสม พี่อ้อม (พิยดา จุฑารัตนกุล) เขาอยู่ในจุดที่ทำงานในวงการบันเทิงมานาน เป็นคนวางตัวดีมาตลอด เราเองยังเด็ก เรายังต้องพัฒนาฝีมือ ต้องมีประสบการณ์มากกว่านี้ เพียงแต่เราได้รับบทบาทเป็นนางเอกเท่านั้นเอง ก้อยขอใช้คำว่าเป็นนักแสดงก่อน ก่อนที่จะก้าวมาเป็นนางเอกเต็มตัวอย่างที่หลายๆ คนเรียก

ชื่อเสียงที่มาพร้อมๆ กับข่าวฉาว
เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะมีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้
ไม่ เคยคิด หรือว่ารู้สึกอะไรกับตรงนั้น อาจจะเป็นเพราะก้อยไม่ค่อยได้เสพสื่อด้วย ก้อยอยู่ในโลกของการทำงาน ตื่นมาทำงานถ่ายละคร เลยไม่รู้ว่าโลกภายนอกเป็นยังไง คือเราก็ทำงานของเราให้ดีที่สุด ถ้ามีคนชอบมีคนสนใจ ก็เป็นกำไรให้ชีวิตเรา

หลายคนบอกว่าชื่อเสียงมาเร็ว อาจจะไปเร็ว ถ้ารักษาไว้ไม่ดี
เรา ก็คงต้องพิสูจน์ตัวเอง ก้อยว่าคนที่จะอยู่ตรงนี้ได้นาน รู้จักปรับตัวให้เข้ากับการทำงานในตรงนี้ แล้วก็พยายามที่จะพัฒนาฝีมือในการทำงาน ในการแสดงของตัวเองต่อไป คงไม่มีใครที่จะอยู่ได้ด้วยข่าว เพราะข่าวมันมาไวไปไวอยู่แล้ว สุดท้ายแล้วเมื่อวันหนึ่งเรื่องส่วนตัวของคุณไม่เป็นที่น่าสนใจ สิ่งที่คนจะให้การยอมรับคือฝีมือ

จำเป็นไหมที่ต้องระมัดระวังตัว
ก้อยเองเป็นตัวของ ตัวเองมากกว่า เรารู้ตัวว่าเราไม่ได้ทำเรื่องอะไรเสียหาย เราก็ยังใช้ชีวิตปกติของเราเอง เราไม่ได้คิดว่าการที่มาอยู่ตรงนี้แล้ว จะทำให้เราไม่สามารถทำตรงนั้นตรงนี้ได้ ไม่อยากเอาชื่อเสียงมาทำร้ายความเป็นส่วนตัวของเราไป เรารู้ว่าเรามีจุดยืนของเราอยู่ตรงไหน เราก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่คนอื่นด้วย

รู้สึกอย่างไรที่ข่าวฉาวๆ ทำให้ดาราหลายคนเป็นที่รู้จัก ทำให้มีชื่อเสียง
อัน นี้มันก็เป็นวิจารณญาณของแต่ละคน บางทีเขาอาจจะไม่ตั้งใจที่จะมีข่าวเสียๆ หายๆ ก็ได้ แต่มันเป็นเรื่องที่ข่าวออกมาเอง แล้วมันเป็นอะไรที่ขายได้ แล้วคนสมัยนี้ ชอบเสพข่าวอะไรที่อื้อฉาว หรือเรื่องไม่ดี มันขายได้ มันก็เลยมีข่าวอยู่มาเรื่อยๆ จริงๆ ตัวนักแสดงเองเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้ แต่สำหรับตัวก้อยเองมองว่ามันกลายเป็นวัฒนธรรมสื่อของเราไปแล้ว ที่เป็นแบบนี้ แต่ส่วนตัวก้อยไม่เคยคิด ว่าจะเอาเรื่องข่าวมามีชื่อเสียงขึ้นมา มันไม่คุ้มที่จะแลกกัน

คิดอย่างไรที่มีคนมองว่าวงการนี้เป็นดาบสองคม
ตอน นี้ก้อยอยู่วงการมาประมาณ 4 ปี ก้อยว่าทุกอย่างในวงการ หรืออาชีพต่างๆ ล้วนมีดาบสองคมอยู่แล้ว มีดีก็ต้องมีร้าย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกมองมุมไหน ถ้าอยู่ตรงนี้ เราได้ทำสิ่งที่เรารัก ได้ทำในสิ่งที่เรามีความสุข เราซื่อสัตย์กับงานอย่างจริงจัง มันก็คุ้มที่เราจะอยู่ตรงนี้ เราได้ประสบการณ์อะไรหลายๆ อย่าง ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน เราโชคดีกว่าหลายๆ คนที่เขาไม่มีตรงนี้นะ แต่แน่นอนมันก็มีสิ่งที่ต้องแลก เรื่องความเป็นส่วนตัว อาจจะหายไป หรืออะไรหลายๆ อย่างที่จะเข้ามา เราก็ต้องรับมือกับมันให้ได้ แต่ก็ทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และเข็มแข็งขึ้น

อยู่วงการมา 4 ปีแล้ว วางแผนชีวิตในวงการไว้อย่างไรบ้าง
คง ทำงานตรงนี้ต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ จนถึงวันหนึ่งอาจจะมาทำงานเบื้องหลัง เราคงไปทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้แล้วล่ะ เพราะเราเรียนมาทางด้านนี้ แล้วเราก็ชอบทางด้านนี้ ก้อยอยากเป็นแอ็กติ้งโคส ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเรียนด้านนี้โดยตรง แล้วก็กลับมาทำงานด้านนี้
หัวใจที่อึมครึม

ความสัมพันธ์กับ "เป้" อารักษ์ อมรศุภศิริ ณ ตอนนี้
เหมือนเดิมอย่างที่พูดไป ยังคิดที่จะโฟกัสเรื่องงานอยู่ เรื่องหัวใจขอเบรกไว้สักพักหนึ่ง

ใช้คำว่าเลิกได้ไหม
คือเราถอยห่างออกมาคนละก้าว แต่เราไม่ได้หันหลังให้กัน คือหลายสื่ออาจจะตีความไปหลากหลายประเด็น คนก็มองได้หลายๆ มุม แต่เราไม่ได้หันหลังให้กัน ทุกวันนี้เราก็ยังคุยกันอยู่

เหมือนจะลองใจกันหรือเปล่า ถ้าห่างกันจะเป็นอย่างไร
มันเป็นไปตามความสัมพันธ์มากกว่า เป็นเรื่องปกติของทุกคู่ ที่อาจจะต้องมีช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน

มีโอกาสจะกลับมาเหมือนเดิมไหม
อันนี้ไม่ทราบจริงๆ เป็นเรื่องของอนาคต คือตอนนี้คุยกัน แต่ว่าไม่ได้บ่อยมาก เพราะมันอยู่ในช่วงเบรกอยู่

แล้วช่วงเบรกแบบนี้ มีหนุ่มๆ เข้ามาเจ๊าะแจ๊ะบ้างไหม
มัน ก็มีบ้าง แต่เข้ามาในลักษณะเป็นเพื่อนมากกว่า ก้อยว่าคนยังไม่กล้าเข้ามาหาก้อยเต็มๆ เพราะเราเองก็อยู่ในช่วงที่เราอยากโฟกัสกับงาน ยังไม่พร้อมที่จะเปิดรับใครมากเท่าไหร่

แล้ว ณ ตอนนี้จะเรียกว่าโสดหรือไม่โสด
ตอนนี้เบรกเรื่องความรัก เรื่องนี้มันพูดยาก บางทีมันมีบางอย่างที่เราก็ไม่รู้จะอธิบายให้ฟังยังไง

ตอนนี้มุมมองความรักเปลี่ยนไปไหม
อาจจะต้องมองโลก ในความเป็นจริงบ้าง คือต้องให้เวลากับความสัมพันธ์ แต่ก่อนเราอาจจะมองเรื่องความรัก ให้ความสำคัญกับเรื่องความรักมาเป็นต้นๆ แต่ตอนนี้เราอาจจะให้ความสำคัญกับงาน หรือ กับครอบครัวมาก่อนมากกว่า

ตอนเด็กๆ เรามองโลกเป็นสีชมพู เห็นอะไรก็นึกถึงเขา ทำอะไรเพื่อเขา ก็เป็นความรักวัยเด็ก สร้างวิมานในอากาศ แต่มันก็จะเพ้อๆ นิดหน่อย พอเราโต เราผ่านตรงนั้นมา เราก็มองในโลกความเป็นจริงมากขึ้น ทุกวันนี้อยู่ในโลกความเป็นจริง ไม่ได้คาดหวังอะไรกับอนาคต ไม่ได้วาดหวัง ว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถึงได้บอกว่าอนาคตมันไม่แน่นอน เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสุดท้ายจะเป็นยังไง

แสดงว่าค่อนข้างเป็นคนจริงจังกับเรื่องความรัก
ก้อยจริงจังทุกเรื่อง เราให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง เป็นคนคิดเยอะ แต่ไม่ใช่คิดมากถึงขนาดฟุ้งซ่าน หากแก้ไขอะไรในอดีตเกี่ยวกับเรื่องความรักได้ ก้อยอยากแก้ไขอะไรบ้าง
คง อยากจะทำให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้นมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาเราอาจจะอ่อนแอกับมันมากไป แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือ ทำตัวเองให้เข็มแข็งมากที่สุด และกลับมาให้เร็วที่สุด

เคยคิดไหมว่าจะแต่งงานอายุเท่าไหร่
เคยคิดว่าจะ แต่งงานอายุ 25 นี่ก็ 25 แล้ว ยังหาคู่ชีวิตไม่ได้เลย (หัวเราะ) ตอนนั้นเป็นเรื่องเด็กๆ ที่คิด มันก็คือการวางแผนในวัยเด็ก แต่ตอนนี้ชีวิตมันเปลี่ยนไปได้ทุกวินาที เราทำตัวเองให้ดีในวันนี้ เพื่ออนาคตในวันข้างหน้าดีกว่า
...นี่แหละ "ก้อย" รัชวิน 

ขอบคุณที่มา : คม-ชัด-ลึก : คม-ชัด-ลึก
Read More